โบราณคดี » ทำได้! สกัด”ดีเอ็นเอ”ไวรัสมัมมี่อายุกว่า 3 พันปี กุญแจไขความลับช่วงที่เกิดโรคระบาดร้ายแรงในอียิปต์

ทำได้! สกัด”ดีเอ็นเอ”ไวรัสมัมมี่อายุกว่า 3 พันปี กุญแจไขความลับช่วงที่เกิดโรคระบาดร้ายแรงในอียิปต์

18 พฤศจิกายน 2017
45   0

นักวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยว่า พวกเขาได้พบรอยผื่นบนใบหน้าของมัมมี่อียิปต์โบราณที่มีอายุกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ปละจากการศึกษา พบว่ามันเป็นดีเอ็นเอของไวรัสที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนับตั้งแต่ค้นพบมา โดยเชื่อว่ามันอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชาวอียิปต์โบราณจำนวนมาก ในยุคนั้ันต้องเสียชีวิตหลายล้านคน

ตัวอย่าง ไวรัส ในมัมมี่อียิปต์โบราณที่มีอายุกว่า 3,000 ปี

ไคลฟ์ ฮาร์เปอร์ นักประวัติศาสตร์เป็นหนึ่งในทีมนักสำรวจจากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา ประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าหากผลการวิเคราะห์ที่เราได้มานี้ถูกต้อง นี่จะเป็นสิ่งที่ค้นพบครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับกับเชื้อ ไวรัส ของมนุษย์โลก จากที่เคยรู้มา

ก่อนหน้านี้ได้อเคยมีการศึกษา เกี่ยวกับมัมมี่เด็ก ที่เสียชีวิตในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยที่ศพของเด็กคนนี้ ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องลับใต้ดินของคริสตจักรโดมินิกัน และจากการตรวจสอบพบว่าร่างกายของเด็กคนนี้มี ดีเอ็นเอ ไวรัส ที่ชื่อ ”Variola” ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิด โรคฝีดาษ ที่เคยแพร่ระบาดในสมัยอดีต เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิต

ทีมนักวิจัยระบุว่า ไวรัสนั้นอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับโลกของเรามาเป็นเวลานาน โดยสามารถยืนยันได้จากจดหมายเหตุ ของโรมัน จีน และ อียิปต์ ทุกครั้งได้มีการกล่าวถึงโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก เช่น โรคหัด อีสุกอีใส  ฝีดาษและกาฬโรค เป็นต้น

ทั้งนี้ ผลที่ได้จากการศึกษาไวรัส ”Variola”นั้น  นักวิจัย เผยว่าแท้ที่จริงแล้วไวรัสพวกนี้ไม่ได้มีความร้ายกาจอะไรเลย และมีข้อสันนิษฐานว่ามันเริ่มแพร่ระบาดในราว ศตวรรษที่ 16 – 17 โดยเชื่อว่ามันเคยอาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์มาก่อน และกระโดดข้ามสายพันธุ์มาอาศัยอยู่ในร่างกายของมนุษย์ ก่อนจะเริ่มกลายพันธุ์และทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคฝีดาษที่เราเคยได้ยินมา

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยยังให้ข้อมูลอีกว่า มันมี่โบราณ จำนวนมากที่พบ นั้นเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่จะไขความเข้าใจเกี่ยวกับเป็นมาของเชื้อไวรัส ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนในสมัยโบราณกาลมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะโรคไข้ทรพิษั้น ที่เคยแพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศฝรั่งเศสและอิตาลีราวศตวรรษที่ 17 และยังไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างแน่ชัดว่ามันสามารถแพร่ระบาดและคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายได้อย่างไร