โบราณคดี » อะไรคือสาเหตุการสูญพันธุ์ นกยักษ์ จากยุคบรรพกาลที่มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์?

อะไรคือสาเหตุการสูญพันธุ์ นกยักษ์ จากยุคบรรพกาลที่มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์?

24 ธันวาคม 2017
49   0

หายนะจากน้ำมือของมนุษย์ที่ทำให้เพื่อนร่วมโลกนั้นพบเห็นอยู่ได้บ่อยครั้ง อย่างเช่นเมื่อการมาเยือนของ ชนเผ่าเมารีโบราณ ที่ได้ทำให้ นกยักษ์ สองสายพันธุ์จากยุคบรรพกาลสูญพันธุ์ไปจากประเทศนิวซีแลนด์เมื่อนานมาแล้ว

ภาพนกยักษ์สองสายพันธุ์ จากWIKIPEDIA CC : JOHN MEGAHAN

ภาพนกยักษ์สองสายพันธุ์ จากWIKIPEDIA CC : JOHN MEGAHAN

โดยสายพันธ์ุหนึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอินทรีที่เชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มีมา และอีกชนิดหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นนกบินไม่ได้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ในโลกเช่นกัน ซึ่ง นกยักษ์ ทั้งสองชนิดนี้เหลือเพียงชื่อเท่านั้น และสาเหตุสำคัญเกิดจากการล่า นกยักษ์ที่มีชื่อว่าโมอา (Moa)  เป็นนกที่บินไม่ได้แบบล้างบางส่งผลกระทบต่อห่วงโช่อาหารทำให้ นกอินทรีฮาสท์ (Haast’s Eagle) สูญพันธุ์ไปด้วย

จุดเริ่มต้นของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1300 เมื่อบรรพบุรุษของชนเผ่าเมารี ได้เดินทางมาถึงนิวซีแลนด์ และได้เผชิญหน้ากับ นกยักษ์โมอา (Moa) เป็นครั้งแรก ซึ่งมันมีความสูงถึง 10 ฟุต หนักประมาณ 250 กิโลกรัม และที่สำคัญนั้นคือมันไม่เคยรู้จักมนุษย์มาก่อน ดังนั้นมันจึงไม่มีท่าทีว่าจะกลัวต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กกว่ามันนี้เลยแม้แต่น้อย และสาเหตุนั่นเองทำให้มันกลายเป็นเหยื่อของมนุษย์โดยง่าย และถูกล่าจนทำให้มันสูญพันธุ์ในระยะเวลาไม่ถึง 100 ปีเท่านั้น

และนั่นยังส่งผลกระทบต่อการสูญพันธุ์ของนกนักล่าขนาดใหญ่บางชนิดด้วยซึ่งเกิดขึ้นจากที่ล่าแต่นกยักษ์ชนิดนี้เป็นอาหารของมันหายไปอีกด้วย  นั่นก็คือ นกอินทรีฮาสท์ (Haast’s Eagle) สายพันธุ์นกอินทรียักษ์ที่เชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยความยาวที่วัดจากปลายปีกข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งมีขนาดความกว้างอยู่ที่ 3 เมตร และกรงเล็บของมันมีขนาดใหญ่พอๆ กับเสือโคร่ง ซึ่งสัตว์วิทยาเชื่อกันว่านกอินทรียักษ์ชนิดนี้ ใช้เล็บของมันในการเจาะหลอดลมที่คอของนกโอมาในการโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อสังหารเหยื่อ

ต่อมาเมื่อนกโมอาสุญพันธุ์ไป นกนักล่าเหล่านี้ก็พลอยสุญเสียแหล่งอาหารไปด้วย และจากหลักฐานฟอสซิลที่นักวิทยาศาสตร์ขุดพบได้ เชื่อว่านกอินทรีฮาสท์นั้นเพิ่งจะสูญพันธุ์ไปแค่ 500 ปีก่อนนี้เอง

จากตัวอย่างการสูญพันธุ์ของนกยักษ์สองสายพันธุ์นี้ ทำให้พวกเราเห็นแล้วว่าธรรมชาตินั้นมีความเปราะบางกว่าที่เราคิดเอาไว้อยู่มาก โดยเฉพาะเมื่อความสมดุลทางห่วงโซ่อาหาร ถูกแทรกแซง ถึงจะมีโครงสร้างที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็สามารถพังทลายลงมาได้ง่ายๆด้วยน้ำมือของมนุษย์เช่นกัน