โบราณคดี » สุดยอดอสูรกายใต้น้ำยุคดึกดำบรรพ์ปลายักษ์ขากรรไกรสุดแกร่งแข็งแรงเทียบเท่า ทีเร็กซ์

สุดยอดอสูรกายใต้น้ำยุคดึกดำบรรพ์ปลายักษ์ขากรรไกรสุดแกร่งแข็งแรงเทียบเท่า ทีเร็กซ์

28 พฤศจิกายน 2017
75   0

แม้ว่าในโลกยุคดึกดำบรรพ์จะมีสัตว์มากมายที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีขากรรไกรที่ทรงพลังมากอยากเจ้าสัตว์บกอย่าง ทีเร็กซ์  แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้น้ำชนิดหนึ่งที่มีขากรรไกรอันทรงพลังไม่ต่างกับพวกไดโนเสาร์ที่มีเขี้ยวที่ใหญ่โต นั้นก็คือปลายักษ์จากยุคดีโวเนียน ที่ชื่อว่า ดังเคิลออสเตียส (Dunkleosteus)

เจ้าปลายักษ์ที่ชื่อว่า ดังเคิลออสเตียส นี้ ที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 360-380 ล้านปีก่อน ซึ่งลำตัวของมันมีนาดความยาวประมาณ 9 เมตร และมีน้ำหนักถึง 4 ตันเลยทีเดียว แถมยังมีชุดขากรรไกรอันทรงพลังที่ประกอบด้วยแผ่นกระดูกคมกริบ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงและยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก จนทำให้มันอ้าปากได้ด้วยความเร็วถึง 1 ใน 50 ส่วนของวินาที และสร้างแรงดูดมหาศาลเพื่อดูดเหยื่อให้เข้ามาภายในปากของมันได้

ภาพวาดปลายักษ์ (30 ฟุต) ภาพของปลายักษ์ (30 ฟุต) Dunkleosteus เป็นปลาที่มีอยู่ในช่วงปลายยุคดีโวลด์ประมาณ 380-360 ล้านปีก่อน

ในปัจจุบันแม้จะเหลือเพียงหัวกะโหลกของมันเท่านั้นที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในชั้นตะกอนโบราณ นักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์ The Field Museum ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เชื่อว่าขากรรไกรของปลาโบราณชนิดนี้ สามารถสร้างแรงกัดที่มหาศาลได้มากถึง 8,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้วเลยทีเดียว ซึ่งเป็นแรงที่เท่ากับไดโนเสาร์นักล่าอย่าง ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ หรือ ทีเร็กซ์ ที่สูญพันธุ์เมื่อนานมาแล้ว และมีน้ำหนักมากกว่าจระเข้น้ำเค็มที่ตัวใหญ่ที่สุดในปัจจุบันหลายเท่า

ภาพของ Dunkleosteus เปรียบเทียบสัดส่วนกับมนุษย์

ถึงจะมีฟันที่เป็นอาวุธในการล่าสัตว์สุดร้ายกาจนั้น แต่จากหลักฐานฟอสซิลที่เหลืออยู่ ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ พบว่าปลานักยักษ์โบราณที่มีความสามารถตัดเหยื่อให้ขาดสองท่อนได้โดยการกัดเพียงครั้งเดียว มีชีวิตอยู่ในโลกได้เพียง 50 ล้านปีก่อนจะสูญพันธุ์ไปจนหมด คาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากมันมีลำตัวขนาดใหญ่โตและหัวกะโหลกที่แข็งและหนักของพวกมัน ซึ่งทำให้ปลาเหล่านี้สูญเสียความเร็วในการไล่ล่าไปโดยปริยาย รวมถึงเหยื่อส่วนใหญ่ของพวกมันได้วิวัฒนาการเพื่อเตรียมย้ายขึ้นมาอยู่บนบกมากขึ้นด้วย ทำให้ความสามารถที่เคยล้ำหน้าที่สุดในหมู่นักล่าแห่งท้องทะเล กลายเป็นตัวการที่ทำให้มันสูญพันธุ์ไปโดยปริยาย