โบราณคดี » ขุดพบซากฟอสซิล” ปูเกือกม้า “ดึกดำบรรพ์ในทวีปอเมริกาเหนือ

ขุดพบซากฟอสซิล” ปูเกือกม้า “ดึกดำบรรพ์ในทวีปอเมริกาเหนือ

17 ธันวาคม 2017
45   0

ได้มีการค้นพบซากฟอสซิล ปูเกือกม้า (Horseshoe Crabet) อายุอย่างน้อยย้อนหลังไป 470 ล้านปีที่แล้ว ถึงแม้พวกมันจะได้ชื่อว่า ปู ที่มีเปลือกแข็งแต่พวกมันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปูเลยแม้แต่น้อย แต่จะออกไปทางพวกสัตว์ตระกูลแมงป่องที่มีความใกล้ชิดกันทางสายพันธุ์ซะมากกว่า

ซากฟอสซิล ปูเกือกม้า (Horseshoe Crabet) อายุอย่างน้อยย้อนหลังไป 470 ล้านปีที่แล้ว

ซากฟอสซิล ปูเกือกม้า (Horseshoe Crabet) อายุอย่างน้อยย้อนหลังไป 470 ล้านปีที่แล้ว

จากการศึกษาพบว่า ปูเกือกม้า (Horseshoe Crabet) น่าจะอาศัยหากินอยู่ในทะเลตื้น บนพื้นทรายหรือโคลนเป็นหลัก และบางครั้งพวกมันก็ก็จะขึ้นฝั่งมาเพื่อจับคู่เพื่อผสมพันธุ์

ปูเกือกม้า หลงเหลืออยู่บนโลกนี้เพียงสี่สายพันธุ์เท่านั้นในปัจจุบัน และอัตราประชากรของพวกมันลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงทางสายพันธุ์ของ ปูเกือกม้า นั้นมีน้อยมาก จากหลักฐานที่ค้นพบบนฟอสซิล ของพวกมันซึ่งมีรูปร่างและขนาดไม่ต่างจาก ปูเกือกม้าสายพันธุ์ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเท่าใดนัก

ซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์เหล่านี้ ได้ถูกนำไปวิเคราะห์ในห้องแล็ป พบว่าพวกมันมีอายุย้อนหลังไปอย่างน้อย 470 ล้านปีที่ผ่านมา และเนื่องด้วยฟอสซิลของพวกมันหาได้ยากมาก และนับเป็นการขุดค้นพบพวกมันเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว

รูปทรงที่แปลกตาของพวกมัน คล้ายกับหมวกที่สวมใส่ของ Darth Vader สุดยอดวายร้ายจากภาพยนตร์ Star Wars

รูปทรงที่แปลกตาของพวกมัน คล้ายกับหมวกที่สวมใส่ของ Darth Vader สุดยอดวายร้ายจากภาพยนตร์ Star Wars

ดร. อัลลัน เลิร์นเนอร์ และผู้ร่วมวิจัยได้กล่าวว่า “การค้นพบฟอสซิล ปูเกือกม้า (Horseshoe Crabet) มันเป็นการค้นพบครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์ และเป็นการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่เป็นสกุลใหม่และเป็นชนิดใกล้เคียงกับปูเกือกม้า สายพันธุ์ปัจจุบัน พวกมันมีความคล้ายคลึงกับปูเกือกม้าโบราณสายพันธุ์ที่ชื่อว่า Vaderlimulus tricki  ที่อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 245 ล้านปีก่อน ในช่วงยุค Triassic ตอนต้นที่เคยขุดได้ก่อนหน้านี้แต่คนล่ะสายพันธุ์ และที่ได้ชื่อว่า Vaderlimulus เพราะลักษณะของมัน คล้ายกับหมวกที่สวมใส่ของ Darth Vader สุดยอดวายร้ายจากภาพยนตร์ Star Wars นั้นเอง”

 

การค้นพบนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Neues Jahrbuch für Geologie und Paläontologieโดยนักชีววิทยา ดร. อัลลัน เลิร์นเนอร์