บทความ » ฐานปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศอาจไขความลับการระเบิดของ ภูเขาไฟ ได้

ฐานปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศอาจไขความลับการระเบิดของ ภูเขาไฟ ได้

19 ธันวาคม 2017
35   0

ถ้าเราลองมาคิดดูดีๆว่าถ้าการปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศกับการระเบิดของ ภูเขาไฟ มีความคล้ายคลึงกันมากน้อยแค่ไหน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดาในสหรัฐฯ ได้เริ่มศึกษาที่ฐานปล่อยจรวดในศูนย์อวกาศเคนเนดี ถึงสภาพที่เกิดขึ้นขณะที่มีการยิงปล่อยจรวดออกจากฐาน จากข้อมูลที่จะได้เชื่อว่าจะสามารถนำไปพัฒนาระบบเตือนภัยจากภูเขาไฟที่มีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

"ภูเขาไฟปะทุกลับหัว" (ซ้าย) และ "เครื่องยนต์ขับดันจรวดกลับหัว"(ขวา) ขอบคุณภาพจาก Space X และ Getty Image

“ภูเขาไฟปะทุกลับหัว” (ซ้าย) และ “เครื่องยนต์ขับดันจรวดกลับหัว”(ขวา) ขอบคุณภาพจาก Space X และ Getty Image

“การปะทุของภูเขาไฟนั้นจะพุ่งสู่ท้องฟ้า ในขณะที่ของจรวดปลายจากแรงระเบิดจะพุ่งลงสู่พื้นดิน” สตีฟ แม็คนัท ศาสตราจารย์ทางด้านธรณีศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาธ์ ฟลอริดาในเมืองแทมป้า ของสหรัฐฯ อธิบาย

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาและ ดร.เกลน ทอมป์สัน เพื่อนร่วมงาน จึงได้ติดตั้งเครื่องมือที่ปกติแล้วใช้ในการศึกษาการระเบิดของภูเขาไฟไว้ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดีนั้น

ดร.ทอมป์สัน กล่าวว่า จรวดขับดันยานอวกาศกับภูเขาไฟระเบิดนั้นมีสิ่งที่คล้ายกันอยู่ก็คือ ต่างก็มีกลไกการขับดันที่พ่นเอาไอความร้อนพลังงานสูงออกมาภายนอก เพียงแต่การระเบิดนั้น เป็นไปในทิศทางที่กลับกันเท่านั้นเอง แรงจุดระเบิดของจรวดเปรียบเสมือน “ภูเขาไฟปะทุกลับหัว” ในขณะที่ภูเขาไฟนั้นเปรียบเสมือน “เครื่องยนต์ขับดันจรวดกลับหัว”

เขายังได้บอกอีกว่า เริ่มแรกแล้วการศึกษานี้เริ่มต้นเพื่อที่ต้องการทดสอบปรับอุปกรณ์ตรวจวัดแรงระเบิดจากแผ่นดินไหวเท่านั้น เพราะว่าในแถบเซาธ์ ฟลอริด้าไม่มีภูเขาไฟ ดังนั้นที่ฐานปล่อยจรวดเคนเนดี จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงเรื่องนี้ และรวมถึงการทำงานหลังจากที่ได้ข้อมูลมาแล้ว

ทีมวิจัยได้ทำการติดตามตรวจวัดและบันทึกข้อมูลของการสั่นสะเทือนในพื้นดิน รวมทั้งคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่ำเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถได้ยินหรือคลื่นในย่าน อินฟราซาวด์ (Infrasound) ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการปล่อยยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ครั้งที่จรวดฟอลคอน-9 ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ได้เกิดระเบิด ขณะกำลังเตรียมปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2016 มาผ่านมาด้วย

ดร.ทอมป์สันได้กล่าวว่า “เมื่อนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัด มาเปรียบเทียบกับข้อมูลเฉพาะของจรวดเราสามารถทราบได้อย่างแน่นอนของวิธีการระเบิด จากข้อมูลพบว่าขนาดของคลื่นสั่นสะเทือนและคลื่นเสียงอินฟราซาวด์ที่เกิดขึ้นนั้น มีความเป็นแบบแผนเฉพาะตามลักษณะของยาน ซึ่งแบบแผนที่ได้นี้ อาจนำไปสู่การเทียบเคียงกับเหตุการณ์ระเบิดของภูเขาไฟในหลายแห่งได้”

กลุ่มแก๊สและลาวา ที่ร้อนจัดและเป็นอันตรายถึงชีวิต ไหลลงมาจากภูเขาไฟบนเกาะมอนต์เซอร์รัตในทะเลแคริบเบียน

กลุ่มแก๊สและลาวา ที่ร้อนจัดและเป็นอันตรายถึงชีวิต ไหลลงมาจาก ภูเขาไฟ บนเกาะมอนต์เซอร์รัตในทะเลแคริบเบียน

ทีมวิจัยที่ศึกษาแบบแผนนี้เชื่อว่า จะสามารถนำผลการศึกษาที่ได้ ไปเทียบเคียงเพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยการระเบิดของภูเขาไฟที่มีความละเอียดอ่อนให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยจะสามารถทำนายถึงลักษณะของการปะทุของภูเขาไฟที่มีความซับซ้อนและเป็นอันตรายร้ายแรงได้ล่วงหน้า เช่นสามารถบอกถึงทิศทางการไหลของกระแสไพโรคลาสติก (Pyroclastic) ซึ่งเป็นกลุ่มก๊าซและเถ้าถ่านที่มีความร้อนสูงหลายร้อยถึงหนึ่งพันองศาเซลเซียส ที่อาจจะพุ่งลงมาถล่มพื้นราบที่อยู่โดยรอบด่วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดร.ทอมป์สันหวังว่า ถ้าพวกเขาสามารถพัฒนาระบบเตือนภัยอัตโนมัติ รวมถึงแอปพลิเคชันที่สามารถช่วยทำนายการเกิดภูเขาไฟระเบิดได้อย่างละเอียดแบบเรียลไทม์เสร็จแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเตือนภัยให้ผู้คนที่อยู่บริเวณที่มีความเสี่ยงทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 นาทีในขั้นแรก

ที่มา www.bbc.com